แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลิตภัณฑ์น่าสงสัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลิตภัณฑ์น่าสงสัย แสดงบทความทั้งหมด

5.11.50

น้ำแอปเปิ้ล ???


Apple Juice, it is made from Halal fruit Apple and the ingredients statement says it is 100% apple juice. However, during the processing of apple juice, the colloidal material and coarse suspended solids cause cloudiness to apple juice. In order to make apple juice clear, a clarification process is needed. Pork or beef gelatin-tannin precipitation is used for this clarification. Many apple juice producers still use this method....... (1)

... ในกระบวนการผลิตน้ำแอปเปิ้ลขั้นแรกจะได้น้ำแอปเปิ้ลขุ่น แต่เนื่องจากคนส่วนมากชอบดื่มน้ำแอปเปิ้ลใสๆ ผู้ผลิตจึงมักจะใช้เจลาติน(หมูหรือวัว)ในการตกตะกอนสารแขวนลอยเพื่อให้น้ำแอปเปิ้ลใส เจลาตินนี้จะใช้น้อยมาก เรียกว่าเป็น processing aid (หรือ hidden ingredient) ซึ่ง FDA (อย.ของสหรัฐ)กำหนดว่าถ้าใช้น้อยกว่า 2% ไม่จำเป็นต้องระบุไว้ที่ฉลาก... (แต่ถ้าผู้ผลิตจะยื่นขอตราหะล้าลก็ต้องแจ้งส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้แก่หน่วยงานตรวจสอบและออกตราหะล้าล เห็นมั้ยว่าหน่วยงานออกตราหะล้าล(ที่มีอะมานะฮฺ)น่ะสำคัญแค่ไหน !!!)



เมื่อต้นปีนี้มีงานวิจัยพบว่า น้ำแอ๊ปเปิ้ลขุ่นๆ น่ะ มีประโยชน์น้ำแอ๊ปเปิ้ลใสๆ นะ เพราะมี สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มากกว่า ตั้ง 5 เท่า และจากงานวิจัยพบว่า โพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในแอปเปิ้ลช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง ... แต่น้ำแอปเปิ้ลที่ขายทั่วไปเป็นแบบใส... ไม่ลองทำน้ำแอปเปิ้ลขุ่นๆ และหะล้าลขายกันบ้างเหรอ ??


ที่มา
1. NO ANIMAL DERIVED INGREDIENTS AND NO ALCOHOL IN FOOD PRODUCTS DOES NOT MEAN THEY ARE HALAL
2. Cider May Be Healthier Than Clear Apple Juice
3. Processing Aid Ingredients or Hidden ingredients

27.6.50

เนยและไขมันทรานส์ 2

มุสลิมทานได้มั้ย ?


เนยสดและเนยใส(กี) เป็นไขมันนมแท้ๆ ทานได้แน่นอน แต่ต้องระวังคอเลสเตอรอลถ้าทานมากๆ


เนยขาวกับเนยเทียม(มาการีน) ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าทำจากน้ำมันพืช ซึ่งส่วนมากจะเขียนไว้ที่บรรจุภัณฑ์ เช่น vegetable shortening, ผลิตจากน้ำมันปาล์ม, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ


นอกจากนี้ก็ยังมีอีมัลซิไฟเออร์ที่ใช้ในเนยเทียม อาจจะเป็น โมโนและไดกลีเซอไรด์หรือเลซิติน และวัตถุกันเสีย เช่น กรดซอร์บิค, โซเดียม/แคลเซียม/โพแทสเซียมซอร์เบต, กรดเบนโซอิค, โซเดียม/โพแทสเซียมเบนโซเอต วัตถุเจือปนอาหารเหล่านี้อาจจะมีจากพืชหรือสัตว์ก็ได้ ต้องตรวจสอบ



ข้อควรระวังของเนยขาวและเนยเทียมคือส่วนที่เรียกว่า ไขมันทรานส์ (trans fat)


Trans Fat คือ ไขมันแปรรูปชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำไขมันไม่อิ่มตัวที่มีลักษณะเป็นของเหลวมาเติมไฮโดรเจน เช่น การแปรสภาพน้ำมันพืชเป็นเนยเทียม (มาการีน) หรือเนยขาว เพื่อให้ไขมันแข็งตัว มีจุดหลอมเหลวสูงขึ้น ไม่เป็นไข ทำให้อาหารมีอายุการเก็บรักษานาน และมีรสชาติใกล้เคียงกับไขมันสัตว์แต่ราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้ประกอบอาหารสำเร็จรูปและอาหารจานด่วน (Fast Food) นิยมใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบของอาหาร ซึ่งจะพบได้ในอาหารที่ทำจากไขมันสัตว์บางประเภท, ครีมเทียม, แครกเกอร์, ลูกกวาด, อาหารขบเคี้ยว(อาหารว่าง), ขนมเค้ก, คุกกี้, มันฝรั่งทอด, และอาหารอื่นๆที่ทอดโดยใช้น้ำมัน hydrogenated และโดนัทยอดนิยมของใครต่อใคร ก็ทอดด้วย trans fat เช่นกัน


มีการวิจัยพบว่าไขมันทรานส์ทำให้ผู้บริโภคมีปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low Density Lipoprotein Cholesterol LDL-C) เพิ่มขึ้นในหลอดเลือดและลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี (High Density Lipoprotein Cholesterol HDL-C) ลง ส่งผลให้เส้นเลือดเกิดการอุดตัน เป็นสาเหตุุุุของความดันโลหิตสูง และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคอ้วน


ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพแนะนำให้เลือกอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนแทนไขมันอิ่มตัวและไขมันชนิดทรานส์
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา เป็นต้น
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันดอกทานตะวัน, อาหารประเภทเมล็ดถั่วและปลา เลือกน้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์มเมล็ดใน) และมาการีนอ่อน เช่น มาการีนเหลว/หลอด/สเปรย์ แทนที่จะเลือกมาการีนแข็ง/ข้น ไขมันสัตว์ รวมทั้งเนย, เนื้อไม่ติดมัน เช่น สัตว์ปีกไม่มีหนัง ไม่ทอด เนื้อวัวไม่ติดมัน (หรือมีมันติดเพียงเล็กน้อย ไม่ทอด)


เรียบเรียงจาก
1. ความสำคัญของจุลินทรีย์
2. มารู้จักเนยกันเถอะ
3. การแปรรูปปาล์มน้ำมัน
4. การติดฉลากไขมันชนิดทรานส์ : สหรัฐอเมริกา
5. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 226) พ.ศ.2544 เรื่อง เนยใสหรือกี (Ghee)
6.
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 206) พ.ศ.2543 เรื่อง น้ำมันเนย

เนยและไขมันทรานส์ 1


เนยที่ใช้ทำขนมหรือบริโภคทั่วไปมี 4 ชนิด ได้แก่

เนยสด (butter) มีไขมันประมาณ 85% เป็นไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) มีสีเหลือง กลิ่นหอม อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง มีทั้งชนิดจืด (unsalt butter) และเค็ม (salt butter) ได้มาจากนมวัว แพะ หรือแกะ โดยนำนมมาปั่นด้วยความเร็วสูง ไขมันนมที่อยู่กระจัดกระจายในรูปอิมัลชันจะรวมตัวกันกลายเป็นครีม แยกตัวลอยออกมา ไขมันที่ลอยตัวอยู่ชั้นบนคือเนยสด (butter) น้ำนมส่วนที่เหลือจะกลายเป็นนมพร่องมันเนย (skimmed milk) อาจจะนำไขมันมาเติมเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ Streptococcus lactis ร่วมกับ Leuconostoc citrovorum ทำให้เนยเหลวมีกลิ่นและรสชาต

เนยใส(กี,ghee) หรือ น้ำมันเนย (butter oil) คล้ายกับเนยสด แต่ที่อุณหภูมิห้องจะอ่อนตัวกว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (วัวหรือควาย),ครีม, เนย อาจจะใส่จุลินทรีย์หรือไม่ก็ได้ โดยแยกธาตุน้ำนมไม่รวมมันเนยและระเหยเอาน้ำออก มีมันเนยไม่น้อยกว่าะ 99.6% นิยมใช้ทำอาหารอินเดียหรือปากีฯ เช่น ข้าวหมก ข้าวมะเขือเทศ (คลุกข้าวกินกับปลาเค็มก็หอมอร่อย)

เนยขาว (shortening) มีไขมัน 100% ทำจากน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน(hydrogenation) สีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่นและรส เป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง นิยมใช้ทำขนมหลายชนิด


เนยเทียม (magarine) คือไขมันที่ทำเลียนแบบเนย มีส่วนประกอบเป็นไขมันร้อยละ 80 อีกร้อยละ 20 เป็นน้ำและวัตถุเจือปนอาหาร (เช่น สี กลิ่น อีมัลซิไฟเออร์ วัตถุกันเสีย วิตามิน) ผลิตจากไขมันพืชหรือสัตว์ โดยนำมาผ่านขบวนการเติมไฮโดรเจนจนได้จุดหลอมตัวและคุณสมบัติใกล้เคียงเนยที่สุด แล้วจึงละลายใส่ลงไปในหางนม เติมเกลือ วัตถุเจือปนอาหาร และแต่งกลิ่นรสให้เหมือนเนย เติมวิตามินเอและดีเพื่อให้มีคุณค่าใกล้เคียงกับเนยที่ทำจากสัตว์ มาการีนจะมีสีเข้มกว่าเนย ราคาถูกกว่า

9.6.50

ไอศกรีม


ไอศกรีมมีส่วนผสมหลักๆ คือ
1. ไขมัน - จากนมหรือพืช (เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันเมล็ดปาล์ม)
2. ธาตุน้ำนมไม่รวมมันเนย (milk solids not-fat ,MSNF) ประกอบด้วย เคซีน, เวย์, แลคโตส และแร่ธาตุ โปรตีนช่วยให้ไอศกรีมมีเนื้อเรียบเนียน ช่วยป้องกันไม่ให้โครงสร้างอ่อน ทำให้รูปร่างและเนื้อสัมผัสของไอศกรีมดีขึ้น
3. สารให้ความหวาน เช่น น้ำตาล, น้ำเชื่อม, น้ำผึ้ง
4. สารให้ความคงตัว (สเตบิไลเซอร์) ทำให้เนื้อสัมผัสเรียบเนียน ช่วยให้ไอศกรีมละลายช้าลง รักษากลิ่นรส ป้องกันการตกตะกอนของแลคโตสในนมและการเกิดผลึกน้ำแข็ง
5. อีมัลซิไฟเออร์ ช่วยให้ไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสเรียบเนียน รักษาโครงสร้างของไขมันในไอศกรีม ฟองอากาศมีขนาดเล็กลง และกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในโครงสร้างของไอศกรีม ทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนไม่ละลายเร็ว
6. น้ำ เป็นองค์ประกอบที่มีมากที่สุด (60-70%) มาจากนมหรือส่วนผสมอื่น (เช่น น้ำเชื่อม ผลไม้ ไข่)
7. ส่วนผสมเพิ่มรส กลิ่นและสีสัน เช่น ผลไม้, วัตถุปรุงแต่งอาหาร, วนิลลา, โกโก้, ฯลฯ


มุสลิมจะทานไอศกรีมได้มั้ย ? พิจารณาส่วนผสมที่น่าสงสัย

  • อีมัลซิไฟเออร์ ที่ใช้มากคือ
- ไข่แดง (มักจะใช้ในไอศกรีมโฮมเมด
- เลซิติน (lecithin) ได้จากพืชหรือสัตว์
- Mono / diglycerides ได้จากการไฮโดรไลซิสไขมันหรือน้ำมันสัตว์หรือพืช หรือ Glycerol monostearate
- polysorbate (sorbitan)ได้จากไขมันพืชหรือสัตว์

>>> สามตัวหลังนี่ถ้ามาจากพืชก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาจากสัตว์ก็ต้องพิจารณาให้ละเอียด

>>> ส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์จากพืช จุลินทรีย์ หรือสาหร่าย มีเพียงชนิดเดียวที่ได้จากสัตว์ คือ เจลาติน ซึ่งอาจจะได้จากหมูหรือวัว

  • กลิ่นรส ส่วนมากสกัดด้วยอัลกอฮอล์หรือมีอัลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เช่น วนิลลา, รัม (Rum Raisin)
>>> ควรหลีกเลี่ยงรสวนิลลา เพราะส่วนมากใช้สารสกัดวนิลลาซึ่งมีอัลกอฮอล์
>>> สำหรับพี่น้องที่อยากทำไอศครีมหะล้าล กลิ่นรสปราศจากอัลกอฮอล์หรือชนิดผงก็มีขาย (จะเขียนว่า no alcohol, alcohol free ในบ้านเราไม่แน่ใจว่ามีขายมั้ย) ดูได้ที่

  • ส่วนผสมอื่นๆ เช่น ไอศกรีมผสมมาร์ชแมลโลซึ่งมีเจลาติน (เช่น Rocky Road) , เยลลี่ ฯลฯ

ตารางข้างล่างนี่เป็นไอศครีมที่ eathalal ตรวจพบว่ามีส่วนผสมหะรอม (ข้อมูลเก่าแล้วส่วนผสมอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ยี่ห้อ

ชื่อผลิตภัณฑ์

สถานะ

เหตุผล

ข้อมูลจาก

Haagen Dazs

Baileys ice cream / bar

Haram

อัลกอฮอล์

GMWA

Rowntree

Jelly crystals - Strawberry / Lime

Haram

เจลาติน

Packaging

Rowntree

Jelly crystals - sug free - all var

Haram

เจลาติน

Packaging

Sara Lee

Deep filled apple pie

Haram

ไขมันสัตว์

Packaging

Sara Lee

Lemon meringue pie

Haram

ไขมันสัตว์

Packaging

Wall's

Too good to be true - all var

Haram

ไขมันสัตว์

Packaging

Wall's

Carte D'Or

Banana

Haram

ไขมันสัตว์

Packaging

Wall's

Magnum - vanity

Haram

แชมเปญ

Packaging

Wall's

Viennetta

Haram

อัลกอฮอล์

GMWA


เรียบเรียงจาก

1. Ice Cream Ingredients

2. Halaal/Haraam Food Awareness

3. http://www.muslimconsumergroup.com

4. http://www.eathalal.org

15.5.50

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย (2)

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย...จากอาหารหะรอม

อาหารอื่นๆ นอกจากผลิตภัณฑ์นม ได้แก่ ฟาสต์ฟู้ด, บิสกิตและคุกกี้, เค้กผสม, โดนัท, ขนมปัง, ลูกกวาด, ทอฟฟี่, ช็อกโกแลต, หมากฝรั่ง, แยม, มันฝรั่งแผ่น, มาการีน, เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, เต้าเจี้ยว, ซอสถั่วเหลือง, มิริน มีส่วนผสมที่ต้องตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าอาหารนั้นหะล้าลหรือไม่ ดังนี้


อาหาร

ส่วนผสมที่ต้องพิจารณา

1.

ฟาสต์ฟู้ด

- เนื้อวัวและเนื้อไก่ : เชือดตามหลักการอิสลามหรือไม่

- น้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร : น้ำมันพืช / สัตว์

- การใช้น้ำมันทอดร่วมกัน เช่น ทอดมันฝรั่งหรือปลากับหมู

2.

บิสกิตและคุกกี้

(เค้ก, คุกกี้,

เวเฟอร์, แครกเกอร์,

พาย, เฟลค)

- เนยขาว (shortening) อาจจะมาจาก พืชหรือสัตว์

- สารให้กลิ่นรสมีอัลกอฮอล์ (อาจจะระเหยออกไปขณะให้ความร้อน)

- soft cake ใช้อัลกอฮอล์สเปรย์ที่หน้าเค้กเพื่อป้องกันการเน่าเสีย

3.

เค้กผสมเสร็จ

(cake mixed)

- ไขมันหมู (lard)

4.

โดนัท

- น้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร : น้ำมันพืช / สัตว์

- ใช้เนยขาว (shortening) ซึ่งอาจมาจาก พืชหรือสัตว์

- บางชนิดใช้เจลาติน

- ผงจันทน์เทศ


5.

ขนมปัง

- เนยขาว (shortening) อาจมาจาก พืชหรือสัตว์

- มาการีน (ดูข้อ 9.)

- ไส้ (ผลิตที่เดียวกับขนมปังไส้หมูหรือเนื้อสัตว์อื่นๆหรือไม่)

6.

ลูกกวาด,ทอฟฟี่,

คาราเมล,มาชแมลโล

- กัมมี่ : เจลาติน (จาก หมู / วัว(หะล้าลหรือไม่))

- เคี้ยวหนึบ : เจลาติน

- ช็อคโกแลตเคลือบน้ำตาล : เจลาติน

- ทอฟฟี่อัดเม็ด (แบบโปโล) : เจลาติน

7.

ช็อกโกแลต

- เหล้า

- กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย

8.

หมากฝรั่ง

- เจลาติน (ที่แคนาดาตรวจพบว่าหมากฝรั่งริกลีย์มีเจลาติน)

9.

แยม

- เจลาติน (ถ้าใช้ เพคติน ไม่มีปัญหา)

10.

มันฝรั่งแผ่น

- น้ำมันทอด

- เครื่องปรุงรส : รสไก่, เนื้อ, หมู, บาร์บีคิว, ลาบ ฯลฯ

11.

มาการีน

- เจลาติน

- ไขมันสัตว์

12.

เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

- สารสกัดจากเนื้อ,ไก่,หมู ในเส้นหรือเครื่องปรุงรส

13.

เต้าเจี้ยว (miso)

(ถั่วเหลืองหมักด้วยเชื้อรา)

- อัลกอฮอล์ที่เกิดระหว่างหมักจะระเหยไป

- มีการเติมอัลกอฮอล์ 95%เพื่อหยุดการหมัก

14.

ซอสถั่วเหลือง

(โชยุ, ทามาริ,)

- มีการเติมอัลกอฮอล์ 95%เพื่อหยุดการหมัก

15.

มิริน (เหล้าที่มีรสหวาน)

มีอัลกอฮอล์ 1-13%


ที่มา :

http://www.kmii.jp/old/halal/list.htm

http://www.eathalal.org/searchbyproduct.htm

http://www.muslimconsumergroup.com/Product.do?menu=Product&eventAction=halalselection

http://www.whatisinit.com/Product.cfm

http://www.canadianhalalfoods.com

รายการอาหารหะล้าล,หะรอม,และน่าสงสัย (กำลังทำ)

30.4.50

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย (1)

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย...จากอาหารหะรอม


หลังจากตกใจไปกับหอยจ๊อปูใส่หมูและหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ขยับตัวช้าๆ ใจเย็นๆ เลยต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่าอาหารอะไรบ้างที่น่าสงสัย(ว่าจะมีส่วนผสมหะรอม) ไม่จำเป็นก็ห่างๆไว้ อย่างที่ เชคมุฮัมมัด ซอลิหฺ อัลมุนัจญิด กล่าวไว้ว่า

มีหลายกรณีที่ไม่ชัดเจนสำหรับมุสลิม คือไม่รู้ที่มาของวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งทางที่ดีคือให้เกรงกลัวอัลลอฮฺและหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัย ดังหะดีษที่รายงานโดย อัลนุอฺมาน อิบนิบะชีร (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) เขากล่าวว่า - ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

"แท้จริง สิ่งอนุมัติ(หะล้าล)นั้นชัดแจ้ง และสิ่งต้องห้าม(หะรอม)ก็ชัดแจ้ง และในระหว่างทั้งสองสิ่งนั้น มีเรื่อง(หรือสิ่ง)ที่คลุมเครือ(ไม่ชัดแจ้ง) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้น ผู้ใดรักษาตัวเขาจากสิ่ง(หรือเรื่อง)ที่คลุมเครือนั้น เขาได้ชำระตัวเขาในการปกป้องศาสนาของเขาและเกียรติของเขา

ส่วนผู้ที่ตกลงไปในการกระทำสิ่งที่คลุมเครือ เขาก็ได้ตกลงไปในเรื่องที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์ในที่ดินที่ต้องห้าม (เช่นสวนของคนอื่น) ไม่ช้ามันก็จะเข้า(ไปกิน)ใน(สวน)นั้น จงจำไว้ว่า ผู้ปกครองทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม จงจำไว้เถิดว่า ที่อัลลอฮฺทรงห้ามนั้นคือสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงอนุมัติ
จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วยแต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ " (หะดีษนี้บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)

แต่ถ้าจำเป็นหรืออยากจะทานก็อ่านฉลากให้ละเอียดและสอบถามข้อมูลจากผู้ผลิต หรือสอบถามกับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล

อาหารกลุ่มแรกที่จะเขียนถึงคือ ผลิตภัณฑ์นม


อาหาร

ส่วนผสมที่ต้องพิจารณา

1

นมผงสำหรับเด็ก

- ไขมันหมู (lard)

2

อาหารเสริมสำหรับเด็ก

- เนื้อสัตว์หรือสารสกัดจากเนื้อสัตว์, น้ำซุป

3

นมเปรี้ยว (yogurt)

พร้อมดื่ม (ใสๆ แบบยาคูลท์) – ไม่มีเจลาติน

พร้อมดื่ม (ข้นๆ) - อาจใช้เจลาติน

ถ้วย – อาจใช้เจลาตินเป็นสเตบิไลเซอร์ (ทำให้ไม่มีน้ำใสๆแยกออกมา)

4

นมถั่วเหลือง

- กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย*

5

นมข้นจืด,นมข้นหวาน, ครีมเทียม

- อีมัลซิไฟเออร์ (จากพืชหรือสัตว์)

- สเตบิไลเซอร์ (จากพืชหรือสัตว์)

- กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย*

6

ไอศกรีม,มูส

- เจลาติน

- เหล้า

- กลิ่นวนิลลา* (ต้องตรวจสอบอัลกอฮอล์ที่เหลืออยู่) เช่น รส Peanut Butter, วนิลลา, Cookie N Cream, Chocolate Cake, ช็อกโกแลตชิพ, ...

- โมโน- / ไดกลีเซอไรด์ (จากพืชหรือสัตว์)

7

นมเสริมวิตามิน/แร่ธาตุ

- เบต้าแคโรทีน (ผสมเจลาติน)

- แคลเซียม (จากกระดูกสัตว์)

- วิตามิน A, B5, B6, B12, E (จากตับหรือชิ้นส่วนสัตว์)

(ถ้าได้จากพืช,ปลา, จุลินทรีย์ หรือสังเคราะห์ – หะล้าล)

* กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย - ต้องตรวจสอบอัลกอฮอล์ที่เหลืออยู่ เหลือมากน้อยแค่ไหนจึงจะรับประทานได้ อ่านได้ที่ วนิลลา-อัลกอฮอล์

การใช้เจลาตินในผลิตภัณฑ์นม - ใช้ในกระบวนการ HTST หรือ UHT นม, นมเปรี้ยว(ใช้เจลาติน 0.2-0.8%), เค้กแช่แข็ง, พุดดิ้ง, เต้าหู้นมสด, คัสตาร์ด, มูส, ไอศครีม, milk-ice (ใช้ 0.3-0.6%), วิปปิ้งครีม (ใช้ 0.3-0.5%), ชีสเค้ก, เนยนิ่ม (soft cheese เช่น ซาวร์ครีม, ครีมชีส, คอตเตจชีส, เนยทาขนมปัง)

จะเห็นว่าใช้เจลาตินน้อยมาก ส่วนมากจึงไม่ได้ระบุไว้ที่ฉลาก การตรวจสอบก็ต้องใช้การสอบถามข้อมูลจากผู้ผลิตหรือด้วยการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็บ) ส่วนสารทดแทนเจลาตินที่ได้จากพืชหรือสาหร่าย ได้แก่ starch (แป้ง), เพคติน, คาราจีแนน, ฯลฯ อาจจะใช้สารพวกนี้อย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับเจลาตินก็ได้ ต้องสอบถามให้ละเอียด ส่วนอาหารกลุ่มอื่นๆจะนำมาลงเรื่อยๆ อินชาอัลลอฮฺ (หรือไปดูที่ รายการอาหารหะล้าล,หะรอม,และน่าสงสัย (กำลังทำ))

เรียบเรียงจาก

http://www.kmii.jp/old/halal/list.htm
http://www.eathalal.org/searchbyproduct.htm
http://www.muslimconsumergroup.com/Product.do?menu=Product&eventAction=halalselection
http://www.whatisinit.com/Product.cfm
http://www.gelatin.co.za/dairy.htm

2.4.50

คอลลาเจน

คอลลาเจน (Collagen ) คืออะไร

• เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างใหญ่ สามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกาย ทำหน้าที่เสมือนกาวยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกัน และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ
• โครงสร้างคอลลาเจนของคนและสัตว์มีความใกล้เคียงกัน จึงได้นำคอลลาเจน ของสัตว์มาใช้ในคน

คอลลาเจนสกัดมาจากไหน

คอลลาเจนที่ใช้ในอาหารส่วนใหญ่จะผลิตจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์(วัวหรือหมู) เช่น ไขข้อกระดูกข้อต่อ,กระดูกอ่อน,เอ็น,หนัง,กระดูก (bone, cartilage,ligament, tendon, and other connective tissue.) นอกจากนี้ก็ยังมีคอลลาเจนที่ผลิตจากหนังปลาทะเลน้ำลึกหรือปลาหมึก


การผลิตคอลลาเจน

การผลิตคอลลาเจนใช้อุณหภูมิสูงๆไม่ได้ เพราะจะทำให้มันสลายตัวไปเป็นเจลาติน จึงต้องใช้อุณหภูมิต่ำ(ไม่เกิน 37 องศาเซลเซียส), ย่อยสลายด้วยเอนไซม์หรือกรดด่างอ่อนๆ และแยกด้วยการกรอง

คอลลาเจนใช้ทำอะไร

ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากคอลลาเจนอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยา เช่น เป็นวัตถุดิบในการผลิตไส้สังเคราะห์(collagen casing)สําหรับไส้กรอก, ผลิตฟิล์มเคลือบอาหาร, ผลิตคอนแทกเลนส์ชนิดอ่อน, ฯลฯ


ในวงการแพทย์ใช้ลดอาการอักเสบของผิวหนัง , ทำเป็นไหมละลายในการผ่าตัด, ใช้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, ใช้เป็นสารบุร่องเหงือก ผ่าตัดตกแต่งผิวหนังและชะลอความแก่หรือลดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง ฯลฯ

ใช้ในเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง โดยใช้คอลลาเจนจากวัวเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ แชมพู, ครีมนวดผม, ครีมอาบน้ำ, โลชั่น, ครีมล้างหรือทาหน้า, ครีมบำรุงผิว, ลิปสติก ฯลฯ

หะล้าลหรือหะรอม ?


คอลลาเจนจากหนังปลาหรือสัตว์ทะเล รวมทั้งวัวที่ฆ่าอย่างถูกต้องตามหลักการอิสลาม (ซะบีหะฮฺ)นั้นหะล้าล

ส่วนคอลลาเจนจากวัว(ที่ไม่ได้เชือดอย่างถูกต้อง)หรือหมู - ไม่แน่ใจ ยังหาฟัตวาเกี่ยวกับคอลลาเจนตรงๆ ที่น่าเชื่อถือไม่ได้ (ส่วนมากจะเจอของชีอะฮฺ)

ข้อมูลที่มีคือ
  • IFANCA (us) - hydrolyzed porcine(หมู) collagen นั้นหะรอม, hydrolyzed bovine(วัว) collagen นั้นน่าสงสัย, คอลลาเจนหมูนั้นหะรอม
  • MUI(อินโดนีเซ๊ย) - คอลลาเจนที่ใช้ในเครื่องสำอางนั้นทำจากวัว,ปลา,หมู หรือ รก(คนหรือสัตว์) ต้องตรวจสอบที่มาว่าหะล้าลหรือไม่ ถ้ามาจากหมู,คน,วัวที่ไม่หะล้าล ก็ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องสำอางนั้น
  • GMWA(uk) - หุกุ่มเดียวกับเจลาตินคือถ้ามาจากแหล่งที่หะรอม คอลลาเจนนั้นก็หะรอม

เรียบเรียงจาก
1. http://www.thaihealth.or.th/cms/detail.php?id=2476
2. http://www.guardian.co.uk/china/story/0,7369,1568622,00.html
3. http://www.opsi.gov.uk/si/si2005/20050404.htm
4. http://www.irpus.org/project_file/B18.pdf


24.3.50

ซูริมิ --> ปูอัด ปลาเส้น ลูกชิ้นปลา ...

ซูริมิ (Surimi) เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อปลาบดที่ผ่านการล้างด้วยน้ำและน้ำเกลือ เพื่อขจัดไขมัน เลือด โปรตีนที่ละลายน้ำได้ เม็ดสี และเอนไซม์ เหลือแต่โปรตีนไมโครไฟบริล (Microfibrillar Protein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เนื้อปลามีคุณสมบัติในการเกิดเจล หลังจากนั้นนำมาบีบน้ำออกจนกระทั่งเนื้อปลามีความชื้นไม่เกินร้อยละ 80 เนื้อปลาที่ได้จะผ่านเครื่องกรองเพื่อกำจัดก้าง เกล็ด หนัง และเยื่อบุท้อง แล้วนำมาบดผสมกับสารป้องกันการสูญเสียสภาพธรรมชาติของโปรตีน(เช่น ฟอสเฟต ซอร์บิทอล) ทั้งนี้เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาโดยการแช่แข็งให้นานขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ เนื้อปลาบดสีขาว มีกลิ่นและรสของเนื้อปลาเจือจางกว่าเนื้อปลาสด(มีกลิ่นคาวน้อยกว่า)




ปลาที่นำมาทำการผลิต คือ ปลาทรายแดง ปลาจวด ปลาปากคม ปลาอลาสก้า ปลาพอลลอค ปลาทรายแดง ปลาตาหวาน ปลาจวด แต่ปัจจุบันปลาเหล่านั้นมีปริมาณลดน้อยลง จึงมีการนำเอาปลาชนิดอื่นๆ มาผลิตเป็นซูริมิ ทำให้ซูริมิที่ผลิตได้มีคุณภาพแตกต่างกันตามชนิดของปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบ

ซูริมิใช้ทำอะไร ?

ซูริมิเป็นอาหารที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาการผลิตซูริมิไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ได้ขยายการผลิตไปทั่วโลก ทั้งในเอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป ปัจจุบัน มีประเทศต่างๆ ทั่วโลก 15 ประเทศที่ผลิตซูริมิในระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีหลากหลายอุตสาหกรรมที่ใช้ซูริมิเป็นวัตถุดิบ โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการลักษณะเนื้อที่เหนียว นุ่ม และยืดหยุ่น ได้แก่ ลูกชิ้น ไส้กรอก ทอดมัน ปลาเส้น เนื้อปูเทียม(ปูอัด) และอาหารประเภทเนื้อเทียมอื่นๆ(เช่น ปลาเทียม กุ้งเทียม หอยเทียม) ลูกชิ้นปลาคามาโบโกะ(Kamaboko)คือลูกชิ้นปลาที่มักจะหั่นเป็นแผ่นบางๆเพื่อแต่งหน้าบะหมี่ญี่ปุ่น และลูกชิ้นปลาชิกูวะ(Chikuwa)คือลูกชิ้นปลาลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก



(เรียบเรียงจาก 1, 2, 3, 4, 5)

ส่วนผสมใดทีควรตรวจสอบในซูริมิและผลิตภัณฑ์จากซูริมิ

1. ฟอสเฟต - เป็นสารป้องกันการสูญเสียสภาพของโปรตีนในปลา ช่วยให้เนื้อปลาอุ้มน้ำได้ดีขึ้น

  • Sodium Phosphates E339 (หะล้าล)
  • Potassium Phosphates E340 (หะล้าล)
  • Calcium Phosphates E341 (หะล้าล)
  • Sodium and Potassium Phosphates and Polyphosphates E450a,b,c (หะล้าล)
  • Sodium Aluminium Phosphate E541 (หะล้าล)
  • Edible Bone Phosphate (Bone-Meal) E542 (หะรอมถ้ามาจากระดูกหมูหรือสัตว์ที่หะรอม)
  • Calcium Polyphosphates E544 หะล้าลถ้ามาจากแร่ธาตุ หะรอมถ้ามาจากหมูหรือสัตว์ที่หะรอม
  • E545 - Ammonium Polyphosphates- หะล้าล

2. ซอบิทอล(sorbitol,E420) ทำหน้าที่เดียวกับฟอสเฟต (หะล้าล)
3. เอนไซม์ทรานส์กลูตามิเนส - ได้จากจุลินทรีย์(หะล้าล)
4. งานวิจัยเกี่ยวกับซูริมิมีมากมายส่วนมากมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพของซูุริมิให้ดีขึ้น โดยการเติมเอนไซม์หรือวัตถุเจือปนอื่นๆลงไป ซึ่งวัตถุเหล่านี้แหละที่ทำให้ซูริมิน่าสงสัยว่าจะไม่หะล้าลเช่น
- ใช้สารสกัดจากเลือดหมูหรือเลือดวัวเพื่อป้องกันการสลายตัวของโปรตีนที่ทำให้เกิดเจลในซูริมิ
- ใช้สารสกัดจากเมล็ดถั่วเพื่อลดการสลายตัวของโปรตีนจากการถูกความร้อน
5. การนำซูริมิไปทำผลิตภัณฑ์อื่นจะมีการเติมเครื่องปรุงรสและส่วนผสมอื่นๆลงไป ก็จำเป็นต้องตรวจสอบส่วนผสมเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

บริษัทที่ได้การรับรองมาตรฐานอาหารหะล้าลจากศูนย์วิทยาศาสตร์หะล้าลจุฬาฯ
- บริษัท เอ.พี. โฟรเซ่น ฟู้ดส์ จำกัด
- บริษัท ลักกี้ ยูเนี่ยนฟู้ดส์ จำกัด