แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศนะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศนะ แสดงบทความทั้งหมด

16.4.50

อิสติฮาละฮฺ...ทัศนะแตกต่างที่ต้องทำความเข้าใจ

อิสติฮาละฮฺ (1) คือ "การเปลี่ยนสภาพธรรมของนะญิสหรือสิ่งหะรอมไปเป็นสสารใหม่ที่มี ชื่อ, คุณสมบัติ, ลักษณะ แตกต่างจากเดิม" ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดจากปฏิกิริยาเคมี, การเผา หรือการปรุงอาหาร เช่น การเปลี่ยนสภาพของน้ำมันหรือไขมันไปเป็นสบู่, การสลายตัวของไขมันไปเป็น กรดไขมันและกลีเซอรอล เป็นต้น

ท่านอิบนิฮัซมฺ อัดดะหฺรียฺ กล่าวไว้ว่า "ถ้าสิ่งที่เป็นนะญิสหรือสิ่งต้องห้าม(หะรอม) ได้เปลี่ยนสภาพอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสสารใหม่ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติหรือชื่อเดิมอีกต่อไป,
ดังนั้นหุกุ่มที่ว่า นะญิส หรือ หะรอม จึงไม่สามารถนำมาใช้กับสสารใหม่นี้ได้ เพราะเป็นคนละสิ่งกัน" และ "มูลสัตว์ที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าแล้วถือว่าบริสุทธิ์สามารถใช้ตะยัมมุมได้"


อิสติฮฺฺลาก (2) หมายถึง การผสมของสิ่งหะรอมหรือนะญิสปริมาณเล็กน้อย กับส่วนผสมที่หะล้าลและสะอาด ทำให้สภาพที่เป็นนะญิสหรือหะรอมของสาร(ปริมาณน้อย)นั้นถูกลบล้างไป

เรื่องนี้ท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺได้กล่าวไว้ว่า "สิ่งที่เป็นนะญิสที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เช่น ซากเน่า, เลือด, เนื้อหมู ถ้ามันหยดลงในน้ำหรือของเหลวแล้วมีการผสมกันอย่างสมบูรณ์โดยสิ่งนะญิสนั้นกระจายไปทั่ว มันก็ไม่ถือว่าเป็นซากเน่า, เลือด หรือเนื้อหมูอีกต่อไป (หมายถึง ของผสมใหม่นี้ไม่เป็นที่ต้องห้าม) และถ้าอัลกอฮอล์ละลายลงในของเหลวและมันระเหยไปหมด ใครที่ดื่มของเหลวนั้นก็ไม่ใช่ผู้ดื่มอัลกอฮอล์"


ตัวอย่าง
นมแม่ถ้าผสมกับอาหารชนิดอื่นและให้เด็กอื่น(ที่ไม่ใช่ลูกตนเอง)รับประทาน ไม่ถือว่าเป็นสาเหตุที่จะทำให้สถานะของสตรีคนนี้เป็นแม่นม อันที่จะก่อสถานะลูกนมให้แก่เด็กที่ทานนมจากสตรีคนี้

บรรดาศ่อฮาบะฮฺได้เคยดื่มน้ำผลไม้ จนกว่ามันจะมีสัญญาณที่บอกว่าเกิดการหมักจึงเลิกดื่มมัน คือ เมื่อมีกลิ่นหรือรสที่บ่งบอกว่าน้ำผลไม้นั้นได้กลายเป็นไวน์แล้ว" ในทะเลทรายนั้นอาหารร้อนกระบวนการหมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อัลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อย(ไม่มีผลต่อกลิ่นรส)บรรดาศ่อฮาบะฮฺไม่ได้ให้ความสนใจ (คือถ้าไม่มีกลิ่นรสของอัลกอฮอล์ก็ดื่มได้)

ี้
The Islamic Organisation for Medical Sciences (IOMS) ได้นำสองกฎข้างต้นมาใช้ โดยอิสติฮฺลากนั้นมีเงื่อนไขว่า คุณสมบัติของของผสมหลัก(รส,สี,กลิ่น)นั้นต้องเหนือกว่าส่วนผสมปริมาณน้อย(ที่เป็นนะญิสหรือหะรอม) และได้ผสมกันอย่างสมบูรณ์ เช่น การใช้วัตถุเจือปนอาหาร (food additives) หรือยาที่มีส่วนประกอบของอัลกอฮอล์เล็กน้อย เช่น สีผสมอาหาร, วัตถุกันเสีย, อีมัลซิไฟเออร์ ฯลฯ และจากการประชุมในเรื่องนี้ได้ข้อสรุปดังนี้


1-
เจลาตินที่ผลิตจากกระดูก,ผิว,เอ็น ของสัตว์ที่ไม่สะอาดนั้น ถือว่าสะอาดและอนุญาตให้บริโภค (เรื่องนี้มีข้อโต้แย้งจากนักวิชาการอีกทัศนะหนึ่งว่า เจลาตินไม่ได้อยู่ในกฎของอิสติฮาละฮฺ)
2-
ไขมันหมูหรือไขมันสัตว์ตายที่ใช้ทำสบู่ มันได้เปลี่ยนสภาพไปเป็นสารประกอบที่สะอาด จึงอนุญาตให้ใช้สบู่นั้นได้
3-
เนยแข็ง ที่ใช้เอนไซม์เรนเน็ทจากสัตว์ตายนั้นอนุญาตให้รับประทานได้
4-
ยาขี้ผึ้ง,ครีม,เครื่องสำอาง ที่มีส่วนประกอบของไขมันหมูนั้นไม่สะอาด ไม่อนุญาตให้ใช้ตามหลักชรีอะฮฺ นอกจากจะแน่ใจว่าไขมันหมูนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว(transformation)
5-
อาหารที่มีไขมันหมูที่ไม่ได้เสียสภาพธรรมชาติ เช่น เนยแข็งบางชนิด, น้ำมันประกอบอาหาร, น้ำมันทาผิว, เนย, ครีม, บิสกิต, ช็อคโกแลต, ไอศกรีม เป็นที่ต้องห้ามด้วยมติเอกฉันท์ในความไม่สะอาดของหมูและเป็นที่ต้องห้ามในการรับประทาน
6-
สารสกัดจากสัตว์หะรอมหรือนะญิส (เช่น เลือด, ของเสีย) ที่ไม่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเคมีตามกฎเกณฑ์ข้างต้น ไม่อนุญาตให้ใช้บริโภคหรือเป็นยา ซึ่งรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเลือด(ถึงแม้จะมีคุณสมบัติเปลี่ยนไปจากเลือดแล้วก็ตาม) เช่น ไส้กรอกเลือด, แฮมเบอร์เกอร์, อาหารเด็ก, เพสตรี้, พาย, ซุป,
สารทดแทนไข่ขาวที่มักใช้ในเบเกอรี่,ผลิตภัณฑ์นม, ยา ฯลฯ

เชคญะอฺฟัร อัลกอดิรียฺ ได้กล่าวไว้ในเรื่องนี้ว่า "มุสลิมควรละเว้นการออกความเห็นส่วนตัวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชรีอะฮฺ จนกว่าจะได้ศึกษาหรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ"

เรื่องนี้เป็นทัศนะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่เคยเสนอไปในหลายๆบทความ (คือทัศนะที่ให้พิจารณาที่มาของสสารนั้นเป็นสำคัญ ถ้าที่มาหะรอม ไม่ว่าจะผ่านกระบวนการใดๆ สสารนั้นก็หะรอมด้วย) ทำให้เกิดการวินิจฉัยแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น



คำแนะนำ - ปรึกษาผู้รู้ที่เชื่อถือได้ว่าจะยึดทัศนะใดดี

เรียบเรียงจาก
1. halal food, islaminireland
2. Change of state
3. IslamicAwakening.Com: Pepsi Cola - Halaal or Haraam?
4. อิสติฮฺลากุลอัยนิลมุนฆอมิเราะฮ
5. 8th Fiqh-Medical Seminar
6. 9th Fiqh-Medical Seminar
7. Dieting the Islamic Way
, รายละเอียดเยอะมาก ศึกษาเพิ่มเติมได้

--------------

(1) istihala, transformation, change of state,استحالة

(2) istihlak, assimilation, consumption, استهلاك

18.3.50

การเลือกซื้ออาหารหะล้าล


ดัดแปลงจาก http://www.muis.gov.sg/cms/services/hal.aspx?id=57 (หะล้าลสิงคโปร์)
เพิ่มเติม "ส่วนประกอบไม่ครบ" เข้าไป เพราะผลิตภัณฑ์อาหารบ้านเราแจ้งส่วนผสมอาหารที่ฉลากไม่ครบทั้งหมด (ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม กม. ไทยกำหนดไว้อย่างนั้น)



15.3.50

หะล้าล - หะรอม - มุชตะบิฮาต ??

หะล้าล (حلال) หมายถึง อนุญาต,อนุมัติ ในอัลกุรอานมักจะอยู่คู่กับคำว่า ฏ็อยยิบ (طيب) คือ ดี
ดังนั้นอาหารสำหรับมุสลิมก็คื อาหารที่อนุมัตและดี(ไม่มีโทษ)
ส่วน ตราหะล้าล ที่เราเห็นในผลิตภัณฑ์ทั่วไปนั้นมักจะเน้นไปที่ "อนุญาต" อย่างที่เราเห็นขนมหวานหลายชนิดมีตราหะล้าล ทั้งๆที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายสักเท่าไหร่ กินมากๆไปก็เกิดโทษอีก จึงตกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องตรวจสอบอาหารที่จะให้เด็กๆบริโภค ให้มีทั้ง "หะล้าล" และ "ฏ็อยยิบ" จะยกให้เป็นหน้าที่ขององค์กรออกตราหะล้าลก็คงจะรบกวนเกินไป (ไม่ได้ประชดนะ)

อาหารทั่วไปในตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตที่หะล้าลโดยไม่ต้องมี "ตรา" รับรอง ได้แก่ เกลือ น้ำเปล่า ข้าว น้ำผึ้ง นมสด น้ำผึ้ง ข้าวสาร น้ำตาล ถั่ว ธัญพืช ฯลฯ อาหารเหล่านี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูปรับประทานได้แน่นอน (แต่ก่อนซื้อก็ดูซักหน่อยว่าเป็น สินค้าบอยคอต หรือเปล่า)

อาหารที่มุสลิมทำเองก็แน่นอนว่ารับประทานได้ อย่าไปสร้างความสงสัย เช่น ร้านอาหารมุสลิมขายอยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวหมู เราก็คิดไปเรื่อยว่าน้ำก๋วยเตี๋ยว
หมูมันจะกระเด็นลงในอาหารร้านมุสลิมไหม? หรือการใช้ภาชนะร่วมกันในศูนย์อาหาร ก็ไปสงสัยว่าเขาจะล้างสะอาดหรือไม่? ตัดสินเท่าที่เราทราบก็พออย่าไปนึกเอาเอง เพราะอิสลามนั้นง่าย อย่าทำให้มันยากเกินไป

ส่วนอาหาร หะรอม (حرام) ก็ตรงข้ามกับหะล้าล"คือ เป็นอาหารที่ไม่อนุมัติให้รับประทานตามหลักการอิสลามได้แก่

-
หมูและผลิตภัณฑ์จากหมู
-
สัตว์ที่ไม่ได้ฆ่าตามหลักการอิสลาม(ذبيحة)
-
สัตว์ที่ตายเอง(ยกเว้นสัตว์ทะเล) สัตว์ที่ถูกรัดคอ ถูกตีตาย ตกจากที่สูงตาย ถูกชนตาย สัตว์ร้ายได้กินมัน
-
อัลกอฮอล์และสารพิษ
-
สัตว์กินเนื้อ สัตว์มีเขี้ยว
-
เลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือด
-
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (กบ เขียด ฯลฯ)
-
ลาบ้าน ล่อ แมว

การผลิตอาหารในปัจจุบันจะมีการเติมสารปรุงแต่งอาหาร ซึ่ึ่งหลายชนิดผลิตจากสิ่งที่ไม่เป็นที่อนุมัติ(หะรอม) สารปรุงแต่งเหล่านี้แหละที่ทำให้อาหารที่น่าจะหะล้าลกลายเป็นอาหารที่น่าสงสัย(มุชตะบิฮาต/มัชบูหฺ/ชุบฮัต) เช่น เจลาติน, อีมัลซิไฟเออร์, เอนไซม์, กลีเซอรอล, ฯลฯ จึึงต้องมีการตรวจสอบเพื่อออกตราหะล้าลสำหรับอาหารที่ขายทั่วไปในตลาด โดยเฉพาะในบ้านเราซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับให้เขียนส่วนประกอบทั้งหมดของอาหารลงไป อะไรที่ใส่น้อยๆก็ไม่ต้องเขียน ซึ่งเราจะเห็นฉลากเขียนว่า "ส่วนประกอบโดยประมาณ" พอรวมกันแล้วไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วที่เหลือเป็นอะไร ผู้บริโภคทั่วไปไม่ทราบหรอก แต่เมื่อมีองค์กรตรวจสอบอาหารเพื่อออกตราหะล้าล ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องแจ้งส่วนผสมทั้งหมดให้ทราบและพาไปดูกระบวนการผลิตที่โรงงานด้วย เรียกว่าต้องตรวจสอบกันทุกขั้นตอนเพื่อความมั่นใจก่อนรับรองหะล้าล เพราะการจะบอกว่าอะไรหะล้าลอะไรหะรอมมีบทบัญญัติที่ชัดเจน เป็นอะมานะฮฺที่ยิ่งใหญ่ของคนที่ทำหน้าที่นี้ อย่าลืม !!!

ที่มา :
1. ifanca
2. halalgelatine
3.
หะดีษซอเฮี๊ยะฮ์ เล่ม 3
4.
ทัศนะส่วนตัวของผู้เขียน

ผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องก็มะอัฟด้วย ติชมได้ไม่ว่ากัน เพราะ ศาสนาคือการตักเตือน