30.4.50

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย (1)

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย...จากอาหารหะรอม


หลังจากตกใจไปกับหอยจ๊อปูใส่หมูและหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ขยับตัวช้าๆ ใจเย็นๆ เลยต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่าอาหารอะไรบ้างที่น่าสงสัย(ว่าจะมีส่วนผสมหะรอม) ไม่จำเป็นก็ห่างๆไว้ อย่างที่ เชคมุฮัมมัด ซอลิหฺ อัลมุนัจญิด กล่าวไว้ว่า

มีหลายกรณีที่ไม่ชัดเจนสำหรับมุสลิม คือไม่รู้ที่มาของวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งทางที่ดีคือให้เกรงกลัวอัลลอฮฺและหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัย ดังหะดีษที่รายงานโดย อัลนุอฺมาน อิบนิบะชีร (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) เขากล่าวว่า - ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

"แท้จริง สิ่งอนุมัติ(หะล้าล)นั้นชัดแจ้ง และสิ่งต้องห้าม(หะรอม)ก็ชัดแจ้ง และในระหว่างทั้งสองสิ่งนั้น มีเรื่อง(หรือสิ่ง)ที่คลุมเครือ(ไม่ชัดแจ้ง) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้น ผู้ใดรักษาตัวเขาจากสิ่ง(หรือเรื่อง)ที่คลุมเครือนั้น เขาได้ชำระตัวเขาในการปกป้องศาสนาของเขาและเกียรติของเขา

ส่วนผู้ที่ตกลงไปในการกระทำสิ่งที่คลุมเครือ เขาก็ได้ตกลงไปในเรื่องที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์ในที่ดินที่ต้องห้าม (เช่นสวนของคนอื่น) ไม่ช้ามันก็จะเข้า(ไปกิน)ใน(สวน)นั้น จงจำไว้ว่า ผู้ปกครองทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม จงจำไว้เถิดว่า ที่อัลลอฮฺทรงห้ามนั้นคือสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงอนุมัติ
จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วยแต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ " (หะดีษนี้บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)

แต่ถ้าจำเป็นหรืออยากจะทานก็อ่านฉลากให้ละเอียดและสอบถามข้อมูลจากผู้ผลิต หรือสอบถามกับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล

อาหารกลุ่มแรกที่จะเขียนถึงคือ ผลิตภัณฑ์นม


อาหาร

ส่วนผสมที่ต้องพิจารณา

1

นมผงสำหรับเด็ก

- ไขมันหมู (lard)

2

อาหารเสริมสำหรับเด็ก

- เนื้อสัตว์หรือสารสกัดจากเนื้อสัตว์, น้ำซุป

3

นมเปรี้ยว (yogurt)

พร้อมดื่ม (ใสๆ แบบยาคูลท์) ไม่มีเจลาติน

พร้อมดื่ม (ข้นๆ) - อาจใช้เจลาติน

ถ้วย อาจใช้เจลาตินเป็นสเตบิไลเซอร์ (ทำให้ไม่มีน้ำใสๆแยกออกมา)

4

นมถั่วเหลือง

- กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย*

5

นมข้นจืด,นมข้นหวาน, ครีมเทียม

- อีมัลซิไฟเออร์ (จากพืชหรือสัตว์)

- สเตบิไลเซอร์ (จากพืชหรือสัตว์)

- กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย*

6

ไอศกรีม,มูส

- เจลาติน

- เหล้า

- กลิ่นวนิลลา* (ต้องตรวจสอบอัลกอฮอล์ที่เหลืออยู่) เช่น รส Peanut Butter, วนิลลา, Cookie N Cream, Chocolate Cake, ช็อกโกแลตชิพ, ...

- โมโน- / ไดกลีเซอไรด์ (จากพืชหรือสัตว์)

7

นมเสริมวิตามิน/แร่ธาตุ

- เบต้าแคโรทีน (ผสมเจลาติน)

- แคลเซียม (จากกระดูกสัตว์)

- วิตามิน A, B5, B6, B12, E (จากตับหรือชิ้นส่วนสัตว์)

(ถ้าได้จากพืช,ปลา, จุลินทรีย์ หรือสังเคราะห์ หะล้าล)

* กลิ่นรสที่ใช้อัลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย - ต้องตรวจสอบอัลกอฮอล์ที่เหลืออยู่ เหลือมากน้อยแค่ไหนจึงจะรับประทานได้ อ่านได้ที่ วนิลลา-อัลกอฮอล์

การใช้เจลาตินในผลิตภัณฑ์นม - ใช้ในกระบวนการ HTST หรือ UHT นม, นมเปรี้ยว(ใช้เจลาติน 0.2-0.8%), เค้กแช่แข็ง, พุดดิ้ง, เต้าหู้นมสด, คัสตาร์ด, มูส, ไอศครีม, milk-ice (ใช้ 0.3-0.6%), วิปปิ้งครีม (ใช้ 0.3-0.5%), ชีสเค้ก, เนยนิ่ม (soft cheese เช่น ซาวร์ครีม, ครีมชีส, คอตเตจชีส, เนยทาขนมปัง)

จะเห็นว่าใช้เจลาตินน้อยมาก ส่วนมากจึงไม่ได้ระบุไว้ที่ฉลาก การตรวจสอบก็ต้องใช้การสอบถามข้อมูลจากผู้ผลิตหรือด้วยการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็บ) ส่วนสารทดแทนเจลาตินที่ได้จากพืชหรือสาหร่าย ได้แก่ starch (แป้ง), เพคติน, คาราจีแนน, ฯลฯ อาจจะใช้สารพวกนี้อย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับเจลาตินก็ได้ ต้องสอบถามให้ละเอียด ส่วนอาหารกลุ่มอื่นๆจะนำมาลงเรื่อยๆ อินชาอัลลอฮฺ (หรือไปดูที่ รายการอาหารหะล้าล,หะรอม,และน่าสงสัย (กำลังทำ))

เรียบเรียงจาก

http://www.kmii.jp/old/halal/list.htm
http://www.eathalal.org/searchbyproduct.htm
http://www.muslimconsumergroup.com/Product.do?menu=Product&eventAction=halalselection
http://www.whatisinit.com/Product.cfm
http://www.gelatin.co.za/dairy.htm

16.4.50

อิสติฮาละฮฺ...ทัศนะแตกต่างที่ต้องทำความเข้าใจ

อิสติฮาละฮฺ (1) คือ "การเปลี่ยนสภาพธรรมของนะญิสหรือสิ่งหะรอมไปเป็นสสารใหม่ที่มี ชื่อ, คุณสมบัติ, ลักษณะ แตกต่างจากเดิม" ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดจากปฏิกิริยาเคมี, การเผา หรือการปรุงอาหาร เช่น การเปลี่ยนสภาพของน้ำมันหรือไขมันไปเป็นสบู่, การสลายตัวของไขมันไปเป็น กรดไขมันและกลีเซอรอล เป็นต้น

ท่านอิบนิฮัซมฺ อัดดะหฺรียฺ กล่าวไว้ว่า "ถ้าสิ่งที่เป็นนะญิสหรือสิ่งต้องห้าม(หะรอม) ได้เปลี่ยนสภาพอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสสารใหม่ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติหรือชื่อเดิมอีกต่อไป,
ดังนั้นหุกุ่มที่ว่า นะญิส หรือ หะรอม จึงไม่สามารถนำมาใช้กับสสารใหม่นี้ได้ เพราะเป็นคนละสิ่งกัน" และ "มูลสัตว์ที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าแล้วถือว่าบริสุทธิ์สามารถใช้ตะยัมมุมได้"


อิสติฮฺฺลาก (2) หมายถึง การผสมของสิ่งหะรอมหรือนะญิสปริมาณเล็กน้อย กับส่วนผสมที่หะล้าลและสะอาด ทำให้สภาพที่เป็นนะญิสหรือหะรอมของสาร(ปริมาณน้อย)นั้นถูกลบล้างไป

เรื่องนี้ท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺได้กล่าวไว้ว่า "สิ่งที่เป็นนะญิสที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เช่น ซากเน่า, เลือด, เนื้อหมู ถ้ามันหยดลงในน้ำหรือของเหลวแล้วมีการผสมกันอย่างสมบูรณ์โดยสิ่งนะญิสนั้นกระจายไปทั่ว มันก็ไม่ถือว่าเป็นซากเน่า, เลือด หรือเนื้อหมูอีกต่อไป (หมายถึง ของผสมใหม่นี้ไม่เป็นที่ต้องห้าม) และถ้าอัลกอฮอล์ละลายลงในของเหลวและมันระเหยไปหมด ใครที่ดื่มของเหลวนั้นก็ไม่ใช่ผู้ดื่มอัลกอฮอล์"


ตัวอย่าง
นมแม่ถ้าผสมกับอาหารชนิดอื่นและให้เด็กอื่น(ที่ไม่ใช่ลูกตนเอง)รับประทาน ไม่ถือว่าเป็นสาเหตุที่จะทำให้สถานะของสตรีคนนี้เป็นแม่นม อันที่จะก่อสถานะลูกนมให้แก่เด็กที่ทานนมจากสตรีคนี้

บรรดาศ่อฮาบะฮฺได้เคยดื่มน้ำผลไม้ จนกว่ามันจะมีสัญญาณที่บอกว่าเกิดการหมักจึงเลิกดื่มมัน คือ เมื่อมีกลิ่นหรือรสที่บ่งบอกว่าน้ำผลไม้นั้นได้กลายเป็นไวน์แล้ว" ในทะเลทรายนั้นอาหารร้อนกระบวนการหมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อัลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อย(ไม่มีผลต่อกลิ่นรส)บรรดาศ่อฮาบะฮฺไม่ได้ให้ความสนใจ (คือถ้าไม่มีกลิ่นรสของอัลกอฮอล์ก็ดื่มได้)

ี้
The Islamic Organisation for Medical Sciences (IOMS) ได้นำสองกฎข้างต้นมาใช้ โดยอิสติฮฺลากนั้นมีเงื่อนไขว่า คุณสมบัติของของผสมหลัก(รส,สี,กลิ่น)นั้นต้องเหนือกว่าส่วนผสมปริมาณน้อย(ที่เป็นนะญิสหรือหะรอม) และได้ผสมกันอย่างสมบูรณ์ เช่น การใช้วัตถุเจือปนอาหาร (food additives) หรือยาที่มีส่วนประกอบของอัลกอฮอล์เล็กน้อย เช่น สีผสมอาหาร, วัตถุกันเสีย, อีมัลซิไฟเออร์ ฯลฯ และจากการประชุมในเรื่องนี้ได้ข้อสรุปดังนี้


1-
เจลาตินที่ผลิตจากกระดูก,ผิว,เอ็น ของสัตว์ที่ไม่สะอาดนั้น ถือว่าสะอาดและอนุญาตให้บริโภค (เรื่องนี้มีข้อโต้แย้งจากนักวิชาการอีกทัศนะหนึ่งว่า เจลาตินไม่ได้อยู่ในกฎของอิสติฮาละฮฺ)
2-
ไขมันหมูหรือไขมันสัตว์ตายที่ใช้ทำสบู่ มันได้เปลี่ยนสภาพไปเป็นสารประกอบที่สะอาด จึงอนุญาตให้ใช้สบู่นั้นได้
3-
เนยแข็ง ที่ใช้เอนไซม์เรนเน็ทจากสัตว์ตายนั้นอนุญาตให้รับประทานได้
4-
ยาขี้ผึ้ง,ครีม,เครื่องสำอาง ที่มีส่วนประกอบของไขมันหมูนั้นไม่สะอาด ไม่อนุญาตให้ใช้ตามหลักชรีอะฮฺ นอกจากจะแน่ใจว่าไขมันหมูนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว(transformation)
5-
อาหารที่มีไขมันหมูที่ไม่ได้เสียสภาพธรรมชาติ เช่น เนยแข็งบางชนิด, น้ำมันประกอบอาหาร, น้ำมันทาผิว, เนย, ครีม, บิสกิต, ช็อคโกแลต, ไอศกรีม เป็นที่ต้องห้ามด้วยมติเอกฉันท์ในความไม่สะอาดของหมูและเป็นที่ต้องห้ามในการรับประทาน
6-
สารสกัดจากสัตว์หะรอมหรือนะญิส (เช่น เลือด, ของเสีย) ที่ไม่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเคมีตามกฎเกณฑ์ข้างต้น ไม่อนุญาตให้ใช้บริโภคหรือเป็นยา ซึ่งรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเลือด(ถึงแม้จะมีคุณสมบัติเปลี่ยนไปจากเลือดแล้วก็ตาม) เช่น ไส้กรอกเลือด, แฮมเบอร์เกอร์, อาหารเด็ก, เพสตรี้, พาย, ซุป,
สารทดแทนไข่ขาวที่มักใช้ในเบเกอรี่,ผลิตภัณฑ์นม, ยา ฯลฯ

เชคญะอฺฟัร อัลกอดิรียฺ ได้กล่าวไว้ในเรื่องนี้ว่า "มุสลิมควรละเว้นการออกความเห็นส่วนตัวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชรีอะฮฺ จนกว่าจะได้ศึกษาหรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ"

เรื่องนี้เป็นทัศนะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่เคยเสนอไปในหลายๆบทความ (คือทัศนะที่ให้พิจารณาที่มาของสสารนั้นเป็นสำคัญ ถ้าที่มาหะรอม ไม่ว่าจะผ่านกระบวนการใดๆ สสารนั้นก็หะรอมด้วย) ทำให้เกิดการวินิจฉัยแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น



คำแนะนำ - ปรึกษาผู้รู้ที่เชื่อถือได้ว่าจะยึดทัศนะใดดี

เรียบเรียงจาก
1. halal food, islaminireland
2. Change of state
3. IslamicAwakening.Com: Pepsi Cola - Halaal or Haraam?
4. อิสติฮฺลากุลอัยนิลมุนฆอมิเราะฮ
5. 8th Fiqh-Medical Seminar
6. 9th Fiqh-Medical Seminar
7. Dieting the Islamic Way
, รายละเอียดเยอะมาก ศึกษาเพิ่มเติมได้

--------------

(1) istihala, transformation, change of state,استحالة

(2) istihlak, assimilation, consumption, استهلاك

2.4.50

คอลลาเจน

คอลลาเจน (Collagen ) คืออะไร

• เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างใหญ่ สามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกาย ทำหน้าที่เสมือนกาวยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกัน และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ
• โครงสร้างคอลลาเจนของคนและสัตว์มีความใกล้เคียงกัน จึงได้นำคอลลาเจน ของสัตว์มาใช้ในคน

คอลลาเจนสกัดมาจากไหน

คอลลาเจนที่ใช้ในอาหารส่วนใหญ่จะผลิตจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์(วัวหรือหมู) เช่น ไขข้อกระดูกข้อต่อ,กระดูกอ่อน,เอ็น,หนัง,กระดูก (bone, cartilage,ligament, tendon, and other connective tissue.) นอกจากนี้ก็ยังมีคอลลาเจนที่ผลิตจากหนังปลาทะเลน้ำลึกหรือปลาหมึก


การผลิตคอลลาเจน

การผลิตคอลลาเจนใช้อุณหภูมิสูงๆไม่ได้ เพราะจะทำให้มันสลายตัวไปเป็นเจลาติน จึงต้องใช้อุณหภูมิต่ำ(ไม่เกิน 37 องศาเซลเซียส), ย่อยสลายด้วยเอนไซม์หรือกรดด่างอ่อนๆ และแยกด้วยการกรอง

คอลลาเจนใช้ทำอะไร

ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากคอลลาเจนอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยา เช่น เป็นวัตถุดิบในการผลิตไส้สังเคราะห์(collagen casing)สําหรับไส้กรอก, ผลิตฟิล์มเคลือบอาหาร, ผลิตคอนแทกเลนส์ชนิดอ่อน, ฯลฯ


ในวงการแพทย์ใช้ลดอาการอักเสบของผิวหนัง , ทำเป็นไหมละลายในการผ่าตัด, ใช้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, ใช้เป็นสารบุร่องเหงือก ผ่าตัดตกแต่งผิวหนังและชะลอความแก่หรือลดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง ฯลฯ

ใช้ในเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง โดยใช้คอลลาเจนจากวัวเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ แชมพู, ครีมนวดผม, ครีมอาบน้ำ, โลชั่น, ครีมล้างหรือทาหน้า, ครีมบำรุงผิว, ลิปสติก ฯลฯ

หะล้าลหรือหะรอม ?


คอลลาเจนจากหนังปลาหรือสัตว์ทะเล รวมทั้งวัวที่ฆ่าอย่างถูกต้องตามหลักการอิสลาม (ซะบีหะฮฺ)นั้นหะล้าล

ส่วนคอลลาเจนจากวัว(ที่ไม่ได้เชือดอย่างถูกต้อง)หรือหมู - ไม่แน่ใจ ยังหาฟัตวาเกี่ยวกับคอลลาเจนตรงๆ ที่น่าเชื่อถือไม่ได้ (ส่วนมากจะเจอของชีอะฮฺ)

ข้อมูลที่มีคือ
  • IFANCA (us) - hydrolyzed porcine(หมู) collagen นั้นหะรอม, hydrolyzed bovine(วัว) collagen นั้นน่าสงสัย, คอลลาเจนหมูนั้นหะรอม
  • MUI(อินโดนีเซ๊ย) - คอลลาเจนที่ใช้ในเครื่องสำอางนั้นทำจากวัว,ปลา,หมู หรือ รก(คนหรือสัตว์) ต้องตรวจสอบที่มาว่าหะล้าลหรือไม่ ถ้ามาจากหมู,คน,วัวที่ไม่หะล้าล ก็ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องสำอางนั้น
  • GMWA(uk) - หุกุ่มเดียวกับเจลาตินคือถ้ามาจากแหล่งที่หะรอม คอลลาเจนนั้นก็หะรอม

เรียบเรียงจาก
1. http://www.thaihealth.or.th/cms/detail.php?id=2476
2. http://www.guardian.co.uk/china/story/0,7369,1568622,00.html
3. http://www.opsi.gov.uk/si/si2005/20050404.htm
4. http://www.irpus.org/project_file/B18.pdf