3.1.51

ไลลาห์ยอมรับผลตรวจ พบเป็นหมูจริงเรียกเก็บสินค้าใน 14 วัน

ไลลาห์ยอมรับผลตรวจ ของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ผลิตภัณฑ์ที่มีขายในท้องตลาดเป็นหมูเชียงจริง รับการบริหารจัดการผิดพลาด ประกาศเรียกเก็บสินค้าภายใน 14 วัน ลั่นล่าตัวคนทำมาดำเนินคดีให้ได้

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ (2) ที่ห้องประชุมคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศูนย์ ได้มีการชี้แจงผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศูนย์ ถึงการตรวจสอบไก่เชียงมุสลิม และเนื้อเชียงมุสลิม ภายใต้ยี่ห้อ "ไลลาห์" จัดจำหน่ายโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด "กิจไลลาห์ มาเก็ตติ้ง" หลังจากมีข่าวลือว่ามีการตรวจสอบพบการปนเปื้อนหมูใน ไก่เชียงมุสลิม และเนื้อเชียงมุสลิม ยี่ห้อ "ไลลาห์" แพร่ออกมาทางอินเตอร์เน็ตตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2550

โดยทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล โดย ดร.วินัย(บาชีร) ดะห์ลัน คณะบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้แถลงผลตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง ไก่เชียงมุสลิม และเนื้อเชียงมุสลิม ยี่ห้อ "ไลลาห์" ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ยืนยันผลตรวจสอบ หลังทำการตรวจสอบมาหลายครั้ง ทั้งไก่เชียง และเนื้อเชียง ยี่ห้อ "ไลลาห์" เป็นหมูเชียงจริง!!! ทั้งชิ้นโดยไม่ใช่เป็นเพียงแค่การปนเปื้อนอย่างที่เข้าใจเท่านั้น

โดยระบุว่าทางศูนย์วิทฯ ได้รับตรวจอย่างชิ้นแรกจากประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2550 (ผู้ที่ส่งผลิตภัณฑ์ยี่ห้อไลลาห์เข้าตรวจสอบระบุว่า ซื้อมาจากร้านค้าที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย) ทำการตรวจวิเคราะห์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ผลตรวจออกมาว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้หมูเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2550 ผลตรวจยังยืนยันเป็นหมูเช่นเดิม จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ไปสุ่มหาตัวอย่างผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในท้องตลาด

โดยตัวอย่างที่ 2 มีการไปซื้อผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ"ไลลาห์" มาจากห้างจัสโก้ สาขาสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2550 และทำการตรวจสอบในวันที่ 24 กรกฎาคม 2550 ผลตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากหมูเช่นเดียวกัน และตรวจอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ผลตรวจยังคงยืนยันว่าเป็นหมูเช่นเดิม

เจ้าหน้าที่จึงได้ไปขอแบ่งตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ "ไลลาห์" จากร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยทางควาย ถนนอ่อนนุช เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 มาทำการตรวจสอบอีกครั้งในเดือน พฤศจิกายน ผลตรวจยึนยันเหมือนเดิม และผลตรวจล่าสุดวานนี้ 2 มกราคม 2551 ผลตรวจยังคงยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากหมูเหมือนกันทั้งหมด

ด้านคุณไลลาห์ น้อยนงค์เยาว์ ได้ยอมรับในผลตรวจดังกล่าว และได้นำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของตนซึ่งมีลักษณะแตกต่างกับที่มีวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดอย่างเห็นได้ชัด พร้อมหนังสือรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมาให้ อาจารย์ และสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมในที่ประชุมได้ดู แต่ทางตัวแทนฝ่ายกิจการฮาลาลของคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ได้ทำการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวพบว่า เป็นเอกสารรับรองฮาลาลของบริษัท โกลเด้น ซอสเซส บิสเน็ท จำกัด มีที่ตั้งอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานี โดยได้ทำการตรวจสอบไปที่คณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดปทุมธานีในทันที่ ได้รับการยืนยันว่าเป็นการรับรองฮาลาลในส่วนของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อโกลเด้น และได้ทำการตรวจสอบเฉพาะยี่ห้อดังกล่าวเท่านั้น แต่ในส่วนของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ "ไลลาห์" นั้นไม่มีการรับรองฮาลาลแต่อย่างใด และไม่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ "ไลลาห์" เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฮาลาล มุสลิมสามารถบริโภคได้หรือไม่

ขณะที่คุณไลลาห์ ได้ยอมรับเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากบริษัทดังกล่าวยังมีการจ้างผลิตที่อื่นด้วย ในกรณีที่สินค้าผลิตไม่ทันต่อความต้องการของตลาด และในการส่งสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่ายบางครั้งมีการส่งถุงเปล่า พร้อมผลิตภัณฑ์ให้ตัวแทนตำหน่ายนำไปบรรจุถุงเอง ซึ่งยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่มีไม่ใช่มุสลิมทั้งหมด แต่จำไม่ได้ว่าตัวแทนจำหน่ายเป็นใครบ้าง และใครเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ส่งให้กับห้างจัสโก้ และศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย
แต่ยอมรับในการตรวจสอบดังกล่าว และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมุสลิม จึงของดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไก่เชียงมุสลิม และเนื้อเชียงมุสลิม ยี่ห้อไลลาห์ อย่างน้อย 2 เดือน และจะเรียกเก็บสินค้าทั้งหมดออกจากท้องตลาดภายในเวลา 2 สัปดาห์ และจะทำการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมต้องหาคนผิดมารับผิดชอบให้ได้ ก่อนจะวางขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง

ประเภทข่าว : ข่าวอาชญากรรม
สำนักข่าว : ประชาชาติอิสลามออนไลน์


1.1.51

มารยาทในการดื่ม


  • การหายใจนอกภาชนะในตอนดื่ม

จากอนัส กล่าวว่า :

كَانَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- يَتَنَفَّسُ فِى الشَّرَابِ ثَلاَثًا وَيَقُولُ «إِنَّهُ أَرْوَى وَأَبْرَأُ وَأَمْرَأُ». قَالَ أَنَسٌ فَأَنَا أَتَنَفَّسُ فِى الشَّرَابِ ثَلاَثًا.

ความว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะหยุดเพื่อหายใจสามครั้งเมื่อดื่มเครื่องดื่ม โดยท่านกล่าวว่า “มันทำให้อิ่มกว่า ปลอดภัยกว่า และน่าดูกว่า” อนัสกล่าวว่า ฉันเองจึงหยุดเพื่อหายใจสามครั้งเมื่อฉันดื่ม (มุตตะฟัก อะลัยฮฺ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลข 5631 และมุสลิมตามสำนวนนี้ หมายเลข 2028)


  • จะรินเครื่องดื่มให้คนอื่นอย่างไร ?

มีรายงานจากอนัส บินมาลิก ว่า :

أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- أُتِىَ بِلَبَنٍ قَدْ شِيبَ بِمَاءٍ وَعَنْ يَمِينِهِ أَعْرَابِىٌّ وَعَنْ يَسَارِهِ أَبُو بَكْرٍ فَشَرِبَ ثُمَّ أَعْطَى الأَعْرَابِىَّ وَقَالَ « الأَيْمَنَ فَالأَيْمَنَ ».

ความว่า : มีคนนำนมที่ผสมกับน้ำมาให้แก่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยที่ด้านขวาของท่านมีชายเบดูอินอยู่ และที่ด้านขวามีอบูบักรฺอยู่ ท่านจึงดื่มแล้วยื่นให้ชายเบดูอินนั้น และกล่าวว่า “ด้านขวาแล้วก็ด้านขวา” (มุตตะฟัก อะลัยฮฺ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลข 2352 และมุสลิมตามสำนวนนี้ หมายเลข 2029)



  • ไม่ดื่มพลางยืน

1. มีรายงานจากอบีสะอีด อัลคุดรียฺ ว่า :

أَنَّ النَّبِىَّ -صلى الله عليه وسلم- زَجَرَ عَنِ الشُّرْبِ قَائِمًا.

ความว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามการดื่มพลางยืน (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2025)

2.มีรายงานจากอบีฮุร็อยเราะฮฺ ว่า :

أنَّ النَّبِىِّ -صلى الله عليه وسلم- رَآى ِرَجُلاً يَشْرَبُ قَائِماً فقالَ لَهُ:«قِه». قَالَ: لِمَه؟ قَالَ :«أَيَسُرُّكَ أَنْ يَشْرَبَ مَعَك الْهِرُِّ؟». قَالَ : لا. قَالَ :« فَقَدْ شَرِبَ مَعَكَ مَنْ هُوَ شَرٌّ مِنْهُ الشَّيْطَانُ».

ความว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เห็นชายคนหนึ่งกำลังยืนดื่ม ท่านเลยกล่าวกับเขาว่า “จงอาเจียนออกซะ” เขาถามว่า “ทำไม่หล่ะ ? ท่านตอบว่า “ท่านชอบหรือที่จะให้แมวดื่มพร้อมกับท่าน ? เขาตอบว่า “ไม่” ท่านกล่าวว่า “ เพราะแท้จริงแล้ว มีตัวที่เลวกว่ามันอีกที่ร่วมดื่มพร้อมกับท่าน มันคือชัยฏอนอย่างไรล่ะ” (เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะห์มัด หมายเลข 7990 และบันทึกโดยอัลดาริมีย์ หมายเลข 2052 ดู อัลสิลสิละฮฺ อัลเศาะฮีหฺะฮฺ หมายเลข 175)


  • ไม่ทานและดื่มในภาชนะทองคำและเงิน

จากหุซัยฟะฮฺ กล่าวว่า :

سَمِعْتُ النَّبِىَّ - صلى الله عليه وسلم - يَقُولُ «لاَ تَلْبَسُوا الْحَرِيرَ وَلاَ الدِّيبَاجَ وَلاَ تَشْرَبُوا فِى آنِيَةِ الذَّهَبِ وَالْفِضَّةِ ، وَلاَ تَأْكُلُوا فِى صِحَافِهَا ، فَإِنَّهَا لَهُمْ فِى الدُّنْيَا وَلَنَا فِى الآخِرَةِ» .

ความว่า : ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พวกท่านจงอย่าสวมใส่ผ้าไหมหรือ และจงอย่าดื่มในภาชนะทองคำหรือเงิน และจงอย่าทานในจานของมัน(ทองและเงิน) เพราะมันเป็นของพวกเขา(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)ในโลกดุนยาและเป็นของพวกเราในวันอาคิเราะฮฺ” (มุตตะฟัก อะลัยฮฺ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ ตามสำนวนนี้ หมายเลข 5426 และมุสลิม หมายเลข 2067


  • ไม่เป่าลมรดเครื่องดื่ม

จากอบีสะอีด อัลคุดรียฺ กล่าวว่า :

نَهَى رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- عَنِ الشُّرْبِ مِنْ ثُلْمَةِ الْقَدَحِ وَأَنْ يُنْفَخَ فِى الشَّرَابِ.

ความว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามดื่มน้ำจากภาชนะ (แก้ว) ที่ปากแตกร้าว และห้ามเป่าลมรดเครื่องดื่ม (เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ หมายเลข 3722 เศาะฮีหฺสุนันอบูดาวูด หมายเลข 3165 และบันทึกโดยอัลติรมีซีย์ หมายเลข 1887 เศาะฮีหฺสุนันอัลติรมิซีย์ หมายเลข 1538)



  • ผู้ให้บริการน้ำแก่คนอื่นต้องดื่มหลังสุด

จากอบีเกาะตาดะฮฺ กล่าวว่า :

خَطَبَنَا رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- وفي آخره قَالَ: «إِنَّ سَاقِىَ الْقَوْمِ آخِرُهُمْ شُرْبًا».

ความว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวคุฏบะฮฺแก่พวกเรา โดยในตอนท้ายท่านกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว ผู้ที่ให้บริการน้ำแก่คนอื่นนั้น ต้องดื่มเป็นคนสุดท้าย” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 681)